makewarFUCKlove

i miss your orange kiss
and the way you dance
โ ค ด จ า* อนาคตของอะไรเอ่ย
อึยยย
คือเง้
วิชานี้ให้ทำหนังสือขึ้นมาคนละเล่มอะ
ราวๆ 64-92 หน้า @_@"
หัวข้อคือ อนาคต
ให้ไปคิดมาว่าจะ อนาคตของ...อะไรเอ่ย?
เจก้คิดๆมาอย่างดี
ออกมาเป็น อนาคตของการอ่าน
ต่อไป เทคโนโลยี่จะทำให้มนุษย์อ่านมากขึ้น แต่น้อยลง
งงปะ ๕๕๕
ใครเข้าใจนี่ สมองคงผิดปกติอะ ๕๕๕
คือค่ะคือ
คือเราอ่านมากเรื่องขึ้น
แต่เนื้อหาสั้นลง
เรา
ต้องการรับรุ้ข้อมูลให้เยอะที่สุด
ในเวลาที่สั้นที่สุด
หนังสือ หรือบทความ
หรืออะไรก้ตามเหอะ
ในอนาคต
ก้เลยจะต้องสั้นกระชับ
ย่อมาให้เรียบร้อยแล้ว
กรองแล้วกรองอีก ตามเกณฑ์ที่เราตั้งไว้
เช่น ค.ชอบ ค.ใกล้เคียง
หรือ related fav
คล้ายๆในยุทุป
อีกแบบ ก้อย่าง drama-addict นั่นก้ใช่
เปนอีกขั้นนึงของ breaking news
ที่คัดข้อมูลมหาศาลจากพันทิป (ซะส่วนใหย่)
มาให้เราอีกที
ต่อๆไป
อาจจะมีเวบที่กรองจาก drama-addict อีกทีก้ได้
และไหนจะเวบจำพวก สปอยหนัง แบบเต็มๆ
เหมาะนักกับคนแบบเจ
นัก (รักเลยแหละ)
ที่แค่อยากรุ้เรื่องหนัง
แต่ไม่เวลาจะนั่งดู
แบบว่า หนังนี้ไม่ควรค่าแก่เวลาเจ
อ่านให้จบภายใน ๕ นาทีก้พอ ๕๕๕
จบขั้นที่ 1 ย่อและลิ้ง
อนาคตหลังจากนั้นไปอีก
คนเราก้จะอ่านอะไรที่ย่อๆๆๆๆลงไปอีก
เหลือแค่สัญลักษณ์
ในทางนึงแล้ว
ก้เหมือนกลับไปเป็นภาษาภาพอิยิปต์โบราณ
แต่เพราะเราพัฒนาไปไกลกว่านั้นมากละไง
ก้เลยเหมือนใช้วิธีเดิม แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลิ้งจะยังอยู่เหมือนเดิม
แต่ซับซ้อนขึ้นอีก
คนจะรับรู้ข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ในเวลาอันสั้น
ข่าวทั่วโลก เราจะเข้าใจได้ในนาทีเดียว
ด้วยสัญลักษณ์และลิ้งอันซับซ้อน
จบขั้นที่ 2
สุดท้าย
คนเราจะไม่อ่านอะไรอีกต่อไป
(คล้ายๆจะบื้อลงเรื่อยๆเนอะ ๕๕๕)
เราจะแค่กวาดชายตามองก้เข้าใจทุกสิ่ง
ว้าว รุ้แจ้งโคดๆ
ลิ้งทางกายภาพ (ที่ตาเห็น) จะหายไป
เพราะเราจะมีจินตภาพของลิ้งได้เองโดยอัตโนมัติ
เราจะมองเห็นค.เชื่อมโยงในทุกสิ่ง
และข้อมูลมันจะย่อลงไปจนเหลือแค่เม็ดสี
สีและขนาดของมัน จะสื่อค.หมายแทนคำๆนึงได้เลย
และต่อไปภายภาคหน้านั้น
จะไม่มีใครมาว่าเด็กไทยได้อีกต่อไป
ว่าอ่านหนังสือแค่ปีละไม่กี่บรรทัด
เพราะทั้งโลกจะไม่มีใครอ่านอีกแล้วไง ๕๕๕
อันนี้จะเป็นหนังสือตย.ของเล่มจิงน่ะ
ประมานว่า เด้วเราจะติดต่อร้านหนังสือ
ให้ช่วยวางขายเล่มใหญ่ของเราให้หน่อย
เลยเช็คยอดอยู่ว่าจะต้องพิมพ์เท่าไร
อันนี้ เล่มเล็กก้เลยจะเหมือนตย.หนังน่ะแหละ
อ้อ เกือบลืมบอกไปอย่าง
พวกเส้นๆบางๆที่เห็นอยู่นั้น
เจใช้ด้ายเย็บลงไปในหนังสือเลยอะ
เพื่อสื่อถึงความลิ้งกันของข้อมูลอย่างจับต้องได้
แปะสก๊อตเทปใสข้างหลัง
แล้วประกบกระดาษเอา
งานลวกเฮรี่ยๆ แต่ก้ออกมาดีนะ ๕๕๕





เติ้ลบอกว่างานดูดีขึ้นนะ
อินเตอร์ขึ้น
เอ่ะ แปลว่าไรวะ
ตะก่อน งานเจไทยเหรอ???
ตะก่อน งานเจก้ดูไม่ค่อยดีอะเดะ ๕๕๕
ขณะกะลังจะคิดต่อกับงานนี้
ว่าจะขยายไปไงต่อให้เปน 64 หน้า+
แต่แล้ว กลับโดนหักหลังคับ แง้ว
รุนแรงมาก
สะใจเจ็บจี๊ดโคดๆไปเลย ๕๕๕
ครูทำมาเป็นมีเซอไพร้ซ
ให้รวมเสคกันเรียน คาบนี้คาบเดียว
เก็บงานทุกคนมา แล้วสลับ ละแจกเหมือนไพ่
ใครได้งานใครไป
ก้ให้อ่าน และวิจารณ์ว่าเข้าใจมากน้อยแค่ไหน
แต่ค่ะแต่
พอคาบเหลือ ๕ นาทีสุดท้าย
ครูบอกว่า เอาของเพื่อนที่ได้มานั้น
กลับบ้านไปเลย
หัวข้อที่คิดมา ให้ทิ้งๆลืมๆไป
เอาหัวข้อเพื่อนไปทำแทน
ทั้งเทอมที่เหลืออยู่นี้
โอ้ว งงกันกระฉูด...
ได้ อนาคตของสถาปัตยกำมา
กำจิงเลยไงล่ะทีนี้
ไม่ค่อยมีพื้นทางนี้อะ งมมั่วซั่วไปหมด
แอ๋วววๆๆ
(เสียงแมวน้ำกำลังว่ายถอยหลัง และกำลังจมลงไป)
เท่าที่เค้นค.คิดออกมาได้
ในเวลาครึ่งอาทิดก็
ต่อไปตึกรามบ้านช่องจะมีชีวิต
เสมือนหนึ่งอวัยวะของคนเรา
มันจะเกิด แก่ เจ็บ และตายไปกะเราเลย
ฟังดูเอเลี่ยนๆพรีเดเต้อๆอยู่หน่อยๆเนอะ ๕๕๕
สมมติ คนหูเล็ก
บ้านก้จะมีระเบียงแค่เล็กๆ
ถ้าคนตาตี่
หน้าต่างก้เล็กๆแคบๆ
ตามฟังชั่นน่ะนะ
เพราะแบบ คนเราคงไม่ตาตี่โดยไม่มีสาเหตุ
บรรพบุรุษคงอยู่ในที่ที่แดดจ้าๆๆมาก่อน
ลักษณะทางชีวภาพเลยปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
เพื่อเป็นการกรองแสงไปในตัว ๕๕๕
โทไปคุยกะหมี
ให้ช่วยคิดๆกัน
มันบอกว่าให้เจเขียนออกมาเป็นนิยายเลยละกันดิ
อยากทำหนังว่ะ
เอาซัก 7 ภาคละกัน กำลังดี @_@"
นี่ก้ออกแบบตึกให้มันไปเลยละกัน
รถ คอสตูม ดีไซน์พร้อมสรรพ
เหลือแค่รอคนเอาไปทำ ๕๕๕
พล็อตว่าด้วยคนหัวโบราณในยุคนั้น
ที่ยังอยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม
ก้เลยจะพยามต่อสู้กับระบบตึกอวัยวะนี้
พระเอกชื่อไรยังไม่รู้
หมีลองไปคุยกะโด้
โด้บอกเล่นด้วย
เด้วหาโรงพิมพ์ให้เลย
บ้าไปกันใหย่โตละ ๕๕๕
เรื่องเปนไงยังไม่รุ้เลย
แต่มันบอกว่าดราม่าถล่มจักรวาลน่ะแหละดี
เง้อ ๕๕๕
เออ~กุเอง
10 มี.ค. 2010 เวลา 11:57 น.
เออ~กุเอง
10 มี.ค. 2010 เวลา 12:25 น.
เออ~กุเอง
10 มี.ค. 2010 เวลา 12:29 น.
i ❤
n y
no animals were harmed during the writing of this diary
night night~
เพราะ เอาจิงนะ ไอ่ที่เจคิดมาแต่ต้นอ่ะ
ง่ายแล้วก็เมคเซ้นกว่าไอ่ที่ได้มาอีก
คืออย่างน้อยก็คิดมาแต่ต้นใช่ป่ะ
แล้วมันเป็นอะไรที่สามารถเห็นได้เลย ณ ตอนนี้อ่ะ
คือขนาดเราเรียนถาปัดยังไม่ต้องคิดอะไรลึกขนาดนั้นอ่ะ -"-
เออ ที่เจคิดมาอ่ะ ละอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ตึกมีชีวิตขึ้นมาอ่ะ?
แล้วทำไมมันต้องมีชีวิตตามคน แทนที่จะเป็นตามธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม?
มันมีความเชื่ออยู่ว่า คนตายแต่สถาปัตยกรรมยังคงอยู่อ่ะ
แล้วจะสร้างหรือออกแบบยังงัย?
คือ ตัวคนอยู่จะเป็นคนออกแบบเอง หรือสถาปนิกทำ?
ละอะไรสำคัญกว่ากันระหว่าง form or function?
ถามดูเผื่อได้คำตอบอะไรเหล่านี้ละเอียดขึ้นเราอาจจะมีไอเดียขึ้นมาอีกนิดนึง
ปล. โทษนะถ้าเราช่วยไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ อุตส่าห์ถามมา
สองสามวันมานี่ก็มัวแต่แก้งานจนลืมช่วยคิดไปเลย 555+ T__T
คือมันเห็นๆ ในอนาคตอาจจะเป็นแบบนั้น
ใครจะไปรู้
ส่วนไอที่ จารย์เค้าให้สลับกันชั่วร้ายมาก
งี้ต้องคิด เยอะกว่าเดิม
ไปจินตนาการต่อของคนอื่น
มันละหลงทางมาก ฮ่าๆๆๆๆๆ
แบบเข้า่ป่าแล้ว ออกมาเจอป่า เข้าไปอีก ฮ่าๆ
งานนี้สนุกเลย อิอิ
แต่งานที่ได้มา ก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ
นัทดันไปคิดเอาเองว่า ต่อไปบ้านเรา จะเอาไว้เพื่อนอน
ห้องเล็กๆ ที่อยู่บนโลกจะไม่มีต้องอยู่ใต้ดินแทนไรแบบนั้น
เพราะพื้นที่มันหมด
ฟุ้งไปนั้น
ไปละ ฮ่าๆ